ซ่อม‘สะพานมอญ’คืบแล้ว80% colly pre gluta
No Comments

Posted by admin on October 1, 2014 | Short Link

ซ่อม ‘สะพานมอญ’ คืบแล้ว 80 % ‘ผบ.พล.9 คนใหม่’ เดินทางไปตรวจงาน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ 4 ต.ค.นี้ colly pre gluta Read more…

Tags:

แผ่นตัดเหล็ก เดอะซัน
No Comments

Posted by admin on October 1, 2014 | Short Link

แผ่นตัดเหล็กใยสองชั้น ผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย คุณภาพดีเยี่ยม ใช้ในงานตัดเหล็ก ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ เสริมความแข็งแรงด้วยใยไฟเบอร์อย่างดี ที่เหนียวและ ทนทาน ถึงสองชั้น
(SAFETY DISC) จึงหมดปัญหาเรื่องการแตกหัก ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานได้ แผ่นตัดเหล็ก เดอะซัน ตัดได้เร็ว คม นิ่มมือ สึกน้อย ตัดเหล็กเพลา2นิ้วได้ คุ้มค่า คุ้มราคา


มีให้เลือกหลายขนาดดังนี้ 4” ,7” ,14” ,16”
จัดจำหน่ายโดย บริษัท วิษณุราชันต์ จำกัด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaitool.com สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-8688053 (อัตโนมัติ) HOT LINE 086-3401072 ยินดีให้บริการค่ะ

เป็ด อภิชาติ เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
No Comments

Posted by admin on October 1, 2014 | Short Link

เป็ด อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ เมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังของไทย วัย 55 ปี เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ช่วงบ่ายวันนี้ (30 กันยายน 2557) มีรายงานว่า เป็ด อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ เมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังของเมืองไทย ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคมะเร็ง โดยก่อนหน้านี้ เป็ด อภิชาติ เคยป่วยโรคมะเร็งและรักษามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ต่อมาตรวจพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอีก ทำให้ปวดกระดูกจนเดินได้ลำบากจึงต้องรักษาด้วยคีโมมาพักใหญ่

ล่าสุด แพรี่พาย อมตา จิตตะเสนีย์ คนสนิทของ เป็ด อภิชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เป็ด อภิชาติ เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ หลังต่อสู้กับโรคร้ายมานาน

เบื้องต้น ทางญาติจะนำศพของเป็ด อภิชาติ ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเทพศิรินทราวาสฯ เป็นเวลา 7 วัน

สำหรับ เป็ด อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ อายุ 55 ปี เป็นเมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังของเมืองไทย ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการแฟชั่นมาเนิ่นนาน นอกจากนี้ เป็ด อภิชาติ ยังเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องความสวยความงาม ทั้งการแต่งหน้า การบำรุงรักษาผิวพรรณจนเป็นที่รู้จักทั่วประเทศไทย เป็ด อภิชาติ เคยป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้และรักษาหายมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะตรวจพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในเวลาต่อมา ซึ่งส่งผลให้เขารับประทานอาหารได้ลำบาก จนเมื่อมะเร็งลุกลามทำให้ปวดกระดูจนเดินได้ลำบาก เป็ด อภิชาติ จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยการคีโม ด้วยจิตใจไม่ยอมแพ้ต่อโรคร้ายและยังพยายามต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป

***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 20.58 น. วันที่ 30 กันยายน 2557

กล้องวงจรปิดคดีฆ่าฝรั่งเกาะเต่าล้มเหลว เหตุตำรวจไทยไร้เอกภาพ กำลังเข้าโหมด “จับแพะ”
No Comments

Posted by admin on September 30, 2014 | Short Link

หากวันนี้สามารถจับคนร้ายได้จริงๆ ตำรวจเองก็ต้องมีคำตอบที่เชื่อมโยงพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดต่างๆ ได้อย่างไม่ให้สังคมสงสัย คดี น.ส.ฮานนาห์ กับ นายเดวิด ไม่เพียงคนไทยเท่านั้นที่ติดตามยังมีชาวอังกฤษ และเป็นข่าวไปทั่วโลกศึกหนักก็ตกที่ตำรวจ จับแพะไม่ได้ต้องตัวจริงอย่างเดียว

ย่างเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้วกับคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ กับ นายเดวิด วิลเลียม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษโดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา จนถึงบัดนี้ความคืบหน้าต่างๆยังวนเวียนไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

แทบจะกล่าวได้ว่าเป็นคดีที่ตำรวจไทยล้มเหลว มืดแปดด้านไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐาน หรือกระทั่งแนวทางการสืบสวนสอบสวน

ย้อนเวลากลับไปวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ข่าวครึกโครมดังกล่าวเปิดเผยขึ้นเมื่อตอนสายของวันเดียวกัน โดย ร.ต.ท.จักรพันธ์ แก้วขาว พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยว 2 ราย ถูกฆาตกรรมบริเวณชายหาดรี ต.เกาะเต่า จึงเดินทางไปสอบสวนพร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูง อาทิ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน ชุดสืบสวน ภ.จ.สุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินด่วนไปร่วมชันสูตรในทันที

ในที่เกิดเหตุพบร่าง น.ส.ฮานนาห์ นอนหงายเปลือยกายอยู่หลังโขดหินสภาพศพมีบาดแผลถูกตีที่ศีรษะจนกะโหลกหน้าผากยุบ ใก้ลกันพบรองเท้าแตะสีชมพู เสื้อยืดสตรีสีเหลือง กางเกงขาสั้นสีเทาดำและเสื้อยืดผู้ชายสีเทา กางเกงชั้นในสีขาว

ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบศพนายเดวิด ในสภาพเปลือยนอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำทะเลระดับน้ำสูงราว 50 ซม. มีบาดแผลถูกตีด้วยของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์บริเวณท้ายทอยจนกะโหลกศีรษะแตก ในที่เกิดเหตุยังพบร่องรอยการต่อสู้ คราบเลือด นอกจากนั้น ยังพบของจอบขุดดินด้ามไม้เปื้อนเลือด 1 อัน ถุงปุ๋ยสีแดง กับถุงยางอนามัย 1 ชิ้น กับก้นบุหรี่ยี่ห้อ LM และ Marboro รวม 3 ก้นกรองตกอยู่ใต้ต้นสนใก้ลหาดที่เกิดเหตุจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนการสอบสวนกล้องวงจรปิด มีชื่อ พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอาง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนในช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ พอสรุปได้ว่า นายเดวิด วิลเลียม กับเพื่อนชาย 2 – 3 คน เดินทางเข้าประเทศไทยผ่าน ตม.สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2557 ส่วน น.ส.ฮานนาห์ เดินทางมาพร้อมเพื่อนหญิง 4 คน โดยผ่านด่านสุวรรณภูมิ เช่นกันเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2557 ซึ่งทั้งสองกลุ่มไม่ได้มาด้วยกันแต่พบกันโดยบังเอิญที่โอเชี่ยนวิว บังกะโล ได้ห้องพักติดกันทำให้ผู้ตายสนิทสนมกัน ก่อนเกิดเหตุทราบว่าทั้งหมดออกไปร่วมงานปาร์ตีที่ชายหาดหน้าโรงแรม ซึ่งจากการสอบปากคำเพื่อนๆ น.ส.ฮานนาห์ ทราบว่าผู้ตายทั้ง 2 ได้ปลีกตัวออกจากงานปาร์ตีแล้วหายไปด้วยกันทั้งคืน กระทั่งมาพบเป็นศพในตอนเช้า

“เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุยังคงอยู่ในเกาะเต่า เนื่องจากคาดการณ์เวลาเกิดเหตุอยู่ประมาณ 03.00 – 05.00 น. เป็นช่วงที่เกิดพายุมีคลื่นลมแรง ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ช่วยชี้เบาะแสต่างๆ รวมทั้งตรวจตราทุกท่าเรือ ห้ามเรือทุกลำออกจากเกาะโดยเด็ดขาด”

ตอนหนึ่งของคำสัมภาษณ์ ผบก.สุราษฎร์ธานี และยังมีแนวสันนิษฐานอีกว่า “จากการจำลองเหตุการณ์และการตรวจชันสูตรศพในเบื้องต้นพบว่าลักษณะการก่อเหตุเชื่อว่าก่อนถูกทำร้ายทั้งคู่อาจกำลังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่บนลานหาดทราย เมื่อคนร้ายเข้ามาเห็นในลักษณะที่ นายเดวิด นอนคร่อมร่าง น.ส.ฮานนาห์ อยู่จึงใช้จอบตีเข้าที่ท้ายทอยด้านหลังศีรษะก่อนเป็นจุดแรก แต่ นายเดวิด ยังไม่ตายจึงตีซ้ำจนแน่นิ่งไป จากนั้นจึงลาก น.ส.ฮานนาห์ ไปบริเวณโขดหินห่างจากจุดแรกประมาณ 15 เมตร เพื่อข่มขืนแต่เหยื่อไม่ยอมจึงถูกฆ่าตาย”

นี่คือ การให้สัมภาษณ์กับสื่อซึ่งหากมองด้วยความเป็นธรรมก็ต้องรับว่ามีแนวโน้มความเป็นไปได้แต่การสันนิษฐานเชิงวิชาการที่มั่นใจเกินไปจนไม่เผื่อเหลือเผื่อขาดก็อาจเกิดช่องโหว่ขึ้นมาได้ อีกสองวันต่อมาหลังจากส่งศพเพื่อผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดยังสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันฯ ได้แถลงว่าสภาพศพน.ส.ฮานนาห์ เสียชีวิต เนื่องจากถูกของแข็งไม่มีคมทุบที่ศีรษะ เพียงแห่งเดียว (ต่างจากข่าววันแรกที่ระบุถูกตีด้วยของแข็งมีคม หรือจอบของกลางที่พบ) พบร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์มาก่อนเสียชีวิต พบอสุจิทั้งในช่องคลอดและทวารหนักแต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นของใคร

ส่วนศพ นายเดวิด นอกจากบาดแผลที่ศีรษะยังพบน้ำในปอดสันนิษฐานว่ามีการจมน้ำด้วย และผลตรวจอสุจิที่พบในตัวน.ส.ฮานนาห์ พบว่าเป็นอสุจิของคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (เครื่องตรวจดีเอ็นเอสมัยใหม่สามารถตรวจยแยกระหว่างชาวเอเชีย หรือมองโกลอยด์กับยุโรป หรือคอเคซอยด์ ได้และไม่ใช่ของนายคริสโตเฟอร์ (เพื่อนนายเดวิด ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย) ผลการตรวจดีเอ็นเอ ก้นกรองบุรี่มาร์ลโบโร พบว่ามีรอยลิปสติกสีแดงติดอยู่มีดีเอ็นเอผสมสองคน (แบ่งกันสูบ) ที่เหลือพบตัวอย่างดีเอ็นเอชาย 1 คน

เมื่อผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาแจ่มชัดอย่างนี้สิ่งแรกที่ตำรวจรีบทำคือปล่อยตัวผู้ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยทั้งหมด

เพราะตัวอย่างดีเอ็นเอที่ส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์นั้นไม่ตรงกับใครแม้แต่คนเดียว ตำรวจจึงต้องนับ 1 กันใหม่หมดทั้งการสุ่มตรวจบรรดาคนงาน การสืบสวนตามแนว “มโน” ตามเบาะแสจากอินเตอร์เน็ตแต่เหลวอย่างสิ้นเชิง

แล้วตำรวจจะไปทางไหน !!??

ไม่ว่าประเด็นลูกชายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หรืออื่นๆ แค่เป็นประเด็นเพียงสองวันก็จบข่าว กระแสข่าวในตอนนี้จึงมีเพียงปฏิบัติการขี่ช้างจับตั๊กแตนที่ระดมบรรดามือปราบจากกรุงเทพฯลงไปหาข่าวอย่างเอิกเกริก หรือกระทั่งการติดป้ายประกาศตั้งรางวัลค่าหัวโดยเริ่มจากเงินรางวัลของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. 2 แสนบาท และขยับมาเป็น 7 แสนบาท นั่นส่อให้เห็นอาการไม่สู้ดี หรือทำท่าจะไปไม่รอดจึงอาศัยเงินสินบนเป็นตัวช่วย

อย่างไรก็ตาม บนความล้มเหลวที่ส่อแววขึ้นทุกวันๆ นั้นนายตำรวจใหญ่รายหนึ่งซึ่งจะปรากฏชื่อทุกครั้งในคดีสำคัญๆและเป็นนายตำรวจที่ใกล้เกษียณอายุราชการร้องอย่าเปิดเผยชื่อแต่ยินดีแสดงความเห็นโดยกล่าวถึงจุดอ่อนของคดีว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังหลงทิศทางอย่างหนัก คดีนี้ไม่ต้องการมือปราบอะไรเลย แต่ต้องการผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ มากที่สุดซึ่งเราได้พลาดโอกาสไปตั้งแต่แรก

กล่าวคือการรักษาพื้นที่เกิดเหตุดูแลดีหรือไม่ สภาพแวดล้อมเป็นหาดทรายมีคลื่นทะเลรบกวนหลักฐานต่างๆ ตลอดจนถึงวันนี้ไม่มีอะไรเหลือแล้ว

อีกประการหนึ่งคือความผิดลักษณะนี้บางครั้งก็ต้องอาศัยโชคเนื่องจากผู้กระทำผิดมักเลือกที่เปลี่ยวปลอดตาคนจึงขาดประจักษ์พยานซึ่งสำคัญมาก

“โดยทั่วไปหากเกิน 7 วันยังจับตัวจริงไม่ได้ก็ขอภาวนาอย่าให้เป็นแพะ”

นายตำรวจคนเดียวกันยังกล่าวด้วยว่า หากวันนี้สามารถจับคนร้ายได้จริงๆตำรวจเองก็ต้องมีคำตอบที่เชื่อมโยงพยานหลักฐานต่างๆได้อย่างไม่ให้สังคมสงสัย คดี น.ส.ฮานนาห์ กับ นายเดวิด ไม่เพียงคนไทยเท่านั้นที่ติดตามยังมีชาวอังกฤษ และเป็นข่าวไปทั่วโลกศึกหนักก็ตกที่ตำรวจ จับแพะไม่ได้ต้องตัวจริงอย่างเดียวแต่สถานการณ์อย่างนี้แพะหรือตัวจริงมันคงตอบคำถามกันให้เคลียร์

นี่คือประเด็นเด็ดที่ไม่มีใครกล้าพูด และเมื่อพูดยังต้องขอแค่เป็นแหล่งข่าวซึ่งถือว่าเป็นการจบสัมภาษณ์อย่างคุ้มค้าที่สุด

ฉากสุดท้ายคงต้องมาวิเคราะห์ถึงเอกภาพในการทำงานของผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอตั้งข้อสังเกตว่าช่วงแรกๆนอกจากตำรวจพื้นที่แล้วจากส่วนกลางมีใครมากันบ้างซึ่งลำดับได้ว่าหลังพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลั้งปากที่ที่ประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาล จนเป็นข่าว “บิกินี” ไปแล้ว พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ว่าที่ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.เดินทางมา “ให้ข่าว” กับขบวนนักข่าวจาก กทม. ที่สนิทสนมกับ พล.ต.อ.พงศพัศ โดยตั้งรางวัล 2 แสนบาท เป็นการประเดิมให้กับคนแจ้งเบาะแสก่อนเดินทางกลับ

ส่วน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายปราบปราม ไม่ปรากฏมีชื่อเข้ามามีส่วนร่วมแม้แต่วันเดียวซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าทั้งว่าที่ ผบ.ตร. กับรอง ผบ.ตร. ฝ่ายปราบปราม รายนี้เกิดอาการ “เกาเหลา” กันอย่างหนัก และอยู่ระหว่างเดินทางไปราชการที่ประเทศจีน โดยแท้จริงแล้วว่ากันว่า พล.ต.อ.เอก เบื่อหน่ายกับการแทรกแซงของผู้มีอำนาจอย่างเต็มกลั้นเพราะนอกจากไม่ได้เป็น ผบ.ตร. แล้วยังโดนแซะให้ย้ายไปอยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงหลบฉากไปสักระยะแต่โชคไม่ดีที่เกิดเรื่องร้ายแรงจึงต้องบินด่วนกลับมาทำหน้าที่ในวันต่อมา

ถึงวันนี้นับเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว จะเข้าสู่โหมต “จับแพะ” ตามที่ห่วงใยกันหรือไม่คงต้องจับตาห้ามกะพริบ แต่ในเรื่องของความล้มเลวการโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะดูไม่เป็นธรรมนักเพราะตำรวจพื้นที่โดยเฉพาะหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ย่อมมีขีดความสามารถจำกัดกว่าส่วนกลางแต่เหนืออื่นใดการ “ฟันธง” ผิดๆ และเชื่อว่าคำสั่ง “ปิดเกาะ” จะไม่มีอะไรผิดพลาด 100% ทำไมตำรวจใหญ่จึงแน่ใจว่าคนร้ายยังอยู่ในเกาะ และที่สำคัญเบาะแสต่างๆ ที่ชาวบ้าน ผู้ประกอบกิจการค้าบนเกาะเต่าแจ้งเข้ามาราวทำนบแตกนั้นไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลยหรือ

จึงต้องกลับมาดูที่เอกภาพการทำงานกล้องวงจรปิดของตำรวจไทย ซึ่งต้องยอมรับกันว่าสังคมตำรวจถูกแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างชัดเจนโดยเฉพาะระดับบริหาร ไหนจะสายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ที่กำลังจะกลายเป็นอดีต ผบ.ตร. ไหนจะสายของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานสารกิจ ผู้ที่พยายามจะเป็น “ผบ.ตร.” แต่จนแล้วจนรอดฟ้าก็ลิขิตให้เป็นได้แค่ “รักษาการณ์ ผบ.ตร.” ไหนจะสายของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. และสายของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. คนอกหัก

หลังการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจลงล็อก ลงตัวแล้วเก้าอี้ของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ในฐานะรอง ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านปราบปราม ย่อมมีส่วนรับผิด และรับชอบเต็มๆ จะโยกคลอนตามกระแสคดีเกาะเต่าหรือไม่ สงครามชิงเก้าอี้ประมุขสีกากีสืบต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เริ่มนับ 1 แล้ว

Tags: , , ,

‘นายกฯ’ยันเข้ามาแก้ปัญหาปท. kissie
No Comments

Posted by admin on September 26, 2014 | Short Link

‘นายกฯ’ ยันเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ ขออย่าดึงสถาบันมาโยงความขัดแย้งทางการเมือง ย้ำไม่ล็อกสเปกเคาะ 250 สปช. kissie

26 ก.ย.57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การพัฒนาคนเพื่ออนาคตประเทศไทย” ว่า จากการดูวิดีทัศน์ เรื่อง “เมื่อหนูโตขึ้น” จะมองเห็นว่าเด็กต้องการอะไรและจะทำอย่างไรให้คนยากจนมีสถานภาพที่ดีขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาคน และรัฐบาลก็เร่งดำเนินการบริหารราชกรแผ่นดินเพื่อให้ประเทศเดินหน้า และต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย Read more…

Tags:

กล้องวงจรปิด ผจก.“ใหม่” เหน็บ “กัสจัง” ไม่มีใครสั่งสอน!
No Comments

Posted by admin on September 25, 2014 | Short Link

อยู่ดีๆ ก็โดนด่าว่าโง่สำหรับนางเอกสาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” หลังมีเรื่องสะเทือนวงการกล้องวงจรปิด กับกรณีแชตไลน์กรุ๊ปของ “กัสจัง จิรนธนิน พิทักษ์พรตระกูล” ที่เผลอเมาท์มันกับกลุ่มเพื่อนสนิท พาดพิงนางเอกสาวกับ “เกล้า” ผู้จัดการส่วนตัวแรงไม่เบา โดยหลังฉาว กัสจังก็ยืดอกยอมรับแมนๆ โดยได้โพสต์ข้อความขอโทษอีกฝ่ายในอินสตาแกรม และเตรียมออกงานอีเวนต์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เพื่อเคลียร์ทุกประเด็น แต่สิ่งที่ดูจะสวนทางกันของทั้งคู่ คือสาวกัสจังเปิดใจคล้ายเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดนานแล้ว แต่ด้านใหม่กลับให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาได้เพียง 5 อาทิตย์ งานนี้สาวกัสจังเลยซวยซ้ำ เพราะโดนวิพากษ์แหลกว่าโกหกอีกครั้ง โดยงานนี้ใหม่กับผู้จัดการก็ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวในงาน Siam Paragon World Fashion Showcase – L’Art of Fashion ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M สยามพารากอน ระบุไม่ติดใจเอาความใดๆ บอกให้ลืมๆ มันไป เพราะมีอย่างอื่นน่าสนใจกว่าเยอะ

“ได้เห็นแล้วค่ะ ตัวใหม่ไม่ได้รู้สึกอะไรนะคะ ก็แล้วแต่เลยค่ะ (ยิ้ม) ตอนแรกก็รู้สึกตกใจนะที่มีเราด้วย และมีผู้จัดการเราที่เป็นผู้ใหญ่ด้วยค่ะ แต่ก็ไม่ได้โกรธนะคะ คือตามใจเลยค่ะ แล้วแต่คนจะคิดดีกว่า คือใหม่ได้ไปทานที่ร้านอาหารนั้นประมาณ 5 อาทิตย์ก่อนได้ค่ะ ไม่นานมานี้เองค่ะ เพราะว่ามีอีเวนต์แถวๆ นั้นก็เลยไปนั่งทานข้าวกัน ถ้าดูในอินสตาแกรมจะเห็นเลยว่าวันนั้นไปทานข้าวกับพี่เกล้าและพี่หวานเจี๊ยบที่เป็นผู้จัดการค่ะ”

“แต่ตอนแรกต้องบอกก่อนว่าจำไม่ได้ แต่พี่หวานเจี๊ยบมาสะกิดบอกว่าเนี่ยเขานะ เราก็เลยได้เห็น แต่ก็ไม่มีอะไรค่ะ เราก็นั่งทานข้าวต่อตามปกติ แต่ก็ไม่ได้มีเหตุการณ์ที่จะต้องพูดคุยกันค่ะ หนูว่าไม่มีอะไรให้เคลียร์ดีกว่าค่ะ เพราะหนูบริสุทธิ์ใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หนูว่าเขาคงได้รับกระแสเยอะแล้ว ก็คงไม่ต้องพูดอะไรแล้ว แต่ในส่วนที่พาดพิงคือว่าหนูได้นะ แต่อย่าว่าผู้ใหญ่ของหนูเลย ก็ถามความรู้สึกของพี่เกล้าเอาเองแล้วกันว่ารู้สึกยังไง (หัวเราะ)”

“ส่วนเรื่องที่เขาขอโทษหนูก็เห็นที่เขาโพสต์ในไอจีแล้วค่ะ แต่ไม่ได้มีการติดต่อมานะคะ แต่แท็กมาหาหรือเปล่าอันนี้ไม่ทราบเลย เพราะว่ามีพี่ๆ ส่งมาให้ดูอีกทีค่ะ ก็ไม่ได้ติดใจอะไรทั้งนั้นเลยค่ะ ทุกวันนี้มีงานทำและมีเรื่องให้คิดเยอะอยู่แล้ว คิดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร อันนี้ไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าทำไม แต่โดยส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรกันนะคะ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่มีเลย ตัวใหม่เองไม่มีอะไรติดใจนะคะ และไม่ได้คิดโกรธแค้น ไม่เคยมีเลยจริงๆ ร่วมงานได้ค่ะ งานคู่ได้เลย”

ด้าน “เกล้า” ผู้จัดการกล้องวงจรปิด ส่วนตัวเผยไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นใคร บอกไม่โกรธเพราะอีกฝ่ายยังเด็ก แอบเหน็บคงไม่ค่อยมีใครสอน
“ตอนแรกเราก็งงเพราะว่าไม่ได้รู้จักเขาและไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย ไม่เคยทำอะไรให้เขา พอดีว่าวันนั้นเสร็จงานเราก็ไปทานข้าวกัน มีเกล้า มีน้องใหม่ และมีหวานเจี๊ยบ 3 คน มันเพิ่ง 5 อาทิตย์ที่แล้ว ถ้าเกิดดูในไอจีน้องใหม่ก็จะเห็น เรายังมีรูปอยู่เลยว่าไปทานข้าวกัน ถ่ายลงไว้อยู่วันนั้น และทีนี้ตอนแรกเราก็นั่งกันอยู่ๆ แล้ว และน้องเขาก็เดินเข้ามาแต่เราไม่รู้จักว่าเป็นเขา จนกระทั่งหวานเจี๊ยบบอกว่าน้องกัสจังมาด้วย เราก็ถามกัสจังไหนไม่รู้จัก สักพักหนึ่งเราก็มองไปถึงได้อ๋อๆ คนนี้นี่เอง แต่เราก็ไม่ได้ไปทักเขา เพราะเราไม่ได้สนิท ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ก็เลยไม่ได้ทักทายอะไรกัน จนกระทั่งเพิ่งมาทราบว่าเขาเรียกเราอีกแบบหนึ่ง (หัวเราะ)”

“จริงๆ ไม่โกรธนะ เพราะว่าเขายังเด็ก เราก็จะสอนเขาอย่างเด็กว่าเราก็เป็นผู้ใหญ่นะ เราก็อยู่วงการมานาน เราไม่เคยเจอใครเรียกอย่างนี้มาก่อนเหมือนกัน และก็ไม่เคยทำอะไรน้องเขา แต่ก็อยากจะสอนน้องเขากลับนิดหนึ่ง เพราะไม่รู้ว่ามีคนสอนน้องเขาหรือเปล่าว่าการที่ไม่ได้มีคนไปทำอะไรให้ก็อย่าไปด่าเขาว่าคนนั้นเป็นอย่างนี้ คนนี้เป็นอย่างนั้น มันไม่ดี แต่เราก็เห็นแล้วล่ะว่าก็ดีที่น้องเขาสำนึกผิด ลงไอจีแต่ไม่ได้แท็กมา แต่เขาขอโทษมาเราก็น้อมรับไว้ ก็อยากให้เขาปรับปรุงตัว ก็ดีใจด้วยค่ะที่เขาคิดได้”

“ถ้าเขาขอโทษเราก็พร้อมน้อมรับอยู่แล้ว เอาจริงๆ เรากับน้องก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะอยู่ดีๆ มาด่าแล้วก็มาขอโทษ อ้าวด่าตอนไหนขอโทษตอนไหน เราไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย เราแค่ไปกินข้าวกันตอนนั้น ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริงๆ แต่ตอนนี้สังคมก็คงสอนเขาแล้วล่ะ เท่าที่เราอ่านดูในเน็ตคนก็สอนเขาเยอะ ก็ดีจะได้มีใครช่วยสอนเขาบ้าง”

“ส่วนตัวไม่รู้จักกันมาก่อนจริงๆ หน้ายังจำไม่ได้เลย แต่เขาก็ไม่ได้มีการติดต่อมาเลยนะ เพราะเราก็ไม่ได้รู้จักกัน ส่วนเพื่อนเขาเราก็ไม่รู้จักเลย เพราะเราก็อยู่กับเพื่อนของเรากับน้องของเรา วันศุกร์นี้เขามีงานเหรอ ของเราก็มีนะ Vogue Fashion ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ก็เรียกเชิญสื่อด้วยนะคะ ถ้ายังไงก็มาตามสัมภาษณ์ได้ แต่เอาจริงๆ ถ้าวันศุกร์นี้น้องเขาให้สัมภาษณ์เกล้าว่าเราไม่พูดถึงเรื่องนี้กันดีกว่า ลืมน้องเขาไปเลยก็ได้สำหรับชีวิตน้องใหม่ เพราะเรายังมีเรื่องที่ต้องตามต่ออย่างเรื่องงานที่น้องใหม่กำลังจะทำออฟฟิศมิส สตาร์ เราว่าน่ารักกว่า เซ็กซี่กว่าเยอะเนอะ ดีกว่าเอาเวลามาใส่ใจเรื่องพวกนี้ เกล้าก็สอนน้องว่าอย่าไปสนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเราดีกว่า เรายังมีอนาคตที่เราต้องทำอีกเยอะ เราอย่ามาเสียเวลาตรงนี้เลย”

Tags: , , ,

“ยัดห่วงสาวกาตาร์” ถอนทีมหลัง “ฟีบ้า” ไม่ให้สวมผ้า “ฮิญาบ”
No Comments

Posted by admin on September 25, 2014 | Short Link

“ยัดห่วงสาวกาตาร์” ถอนทีมหลัง “ฟีบ้า” ไม่ให้สวมผ้า “ฮิญาบ” ลงแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้

ทีมบาสเกตบอลหญิงของกาตาร์มีกำหนดลงแข่งกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา กับ มองโกเลีย ตัดสินใจไม่ลงแข่งขันเมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้สวมผ้า “ฮิญาบ” หรือผ้าคลุมศีรษะลงแข่งขัน เพระตามกฎของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ(ฟีบ้า) ซึ่งเป็นผู้ดูแลการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ยอมให้นักกีฬาสวมสิ่งใดลงคลุมศีรษะลงเล่น โดยในทีมยัดห่วงสาวกาตาร์ กว่าครึ่งทีมสวม “ฮิญาบ”ลงแข่งขัน Read more…

“นายก”ไม่พูดกับสื่อทำเนียบฯ kissie
No Comments

Posted by admin on September 25, 2014 | Short Link

“นายกฯ” ใช้นิ้วชี้แตะปาก ไม่พูดกับสื่อ ก่อนเข้าประชุมหน.ส่วนราชการ พร้อมเปิดโอกาส คนเกษียณ ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก kissie

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่25 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุม คณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าประจำเดือนก.ย. 2557 ที่ตึกสันติไมตรีหลังในทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนการเข้าร่วมประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ที่เทียบเท่า ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้จำนวน 6 คน อาทิ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติได้ร่วมบันทึกภาพเป็นที่ระลึกภายในตึกไทยคู่ฟ้า ขณะเดียวกันได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ได้ร่วมถ่ายรูปหมู่ เนื่องจากการประชุมในวันนี้ ถือเป็นการประชุมระดับปลัดกระทรวงครั้งแรกหลังจากที่มีการประชุมมอบนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Read more…

Tags:

สปช.อย่ากลัดกระดุมผิด
No Comments

Posted by admin on September 24, 2014 | Short Link

สปช.อย่ากลัดกระดุมผิด : ขยายปมร้อน โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น
เป็นเรื่องขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเกิดข่าวคราวเรื่องการ “ล็อกสเปก” ผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยเฉพาะในส่วนที่มาจากต่างจังหวัดที่มีกรรมการสรรหาระดับจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกมา 5 คน และ คสช.จะเป็นผู้เลือกรอบสุดท้าย
บางจังหวัดถูกครหาว่า “ผู้เลือก” กับ “ผู้ถูกเลือก” มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด บางจังหวัดถูกครหาว่า “ผู้เลือก” กับ “ผู้ที่ถูกเลือก” มีผลประโยชน์ร่วมกัน บางจังหวัดมีข้อครหาว่าเลือกคนที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองเข้าไป Read more…

‘ประยุทธ์ป’ร่วมพิธีวันทหารราบที่ค่ายธนะรัชต์ namu sop
No Comments

Posted by admin on September 24, 2014 | Short Link

ศูนย์การทหารราบ จัดพิธีเทิดเกียรติอำลาชีวิตราชการให้ “ประยุทธ์” จัดกองพันสวนสนาม 5 กองพัน รวม 930 นาย namu sop
วันที่ 24 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เดินทางยังศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นประธานในพิธีวันทหารราบ และพิธีเทิดเกียรตินายทหารชั้นนายพลเหล่าราบที่เกษียณอายุราชการและลาออกจากราชการ ประจำปี 2557 โดยมี พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะปลัดกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย โดยผู้บัญชาการทหารบกได้ขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองทหารเกียรติยศพร้อมตรวจแถวทหารกองเกียรติยศและได้วางพวงมาลาอนุสาวรีย์ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์  Read more…

Tags:

Copyright © 2014 ประสานสาขาพรรค และมูลนิธิ All rights reserved.
This site is using the Shades theme, v2.2, from BuyNowShop.com.